การวิเคราะห์วิจัย เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง
เนื่องจากโลกของเราที่มีวันและเวลาเปลี่ยนแปลงตลอด และการเปลี่ยนแปลงของเวลาที่ผ่านมาจากอดีตสู่ปัจจุบันและกำลังที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคต มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างหลากหลาย โดยมีทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีทั้งสิ่งที่มนุษย์คิดค้นและสร้างขึ้น ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นั้นคือ เทคโนโลยีสารสนเทศ ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่นับได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีในการดำรงชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะสิ่ง ๆ นี้ มีประโยชน์หลากหลาย และตอนนี้การศึกษานั้นก็มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องจนเกือบจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือการศึกษาไปแล้ว ส่วนในอนาคตก็มีหลายๆ คน ที่คิดว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์หลักที่ใช้ในการศึกษาด้วย

จากวิจัยเรื่อง
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นวิจัยที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องการสอนเด็กในศตวรรษที่ 21 โดยการใช้สารสนเทศประกอบกับการสอน
หรืออาจจะให้เด็กค้นคว้าหาความรู้เรื่องที่ครูจะสอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและจากประโยคหนึ่งในวิจัยที่บอกว่า“การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ครูไม่จำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนแต่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง
หรือผู้สอนไม่ต้องสอน” อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้น
ไม่จำเป็นต้องมีครูหรือผู้สอนก็ได้
เด็กสามารถเรียนที่บ้านโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวสอนหนังสือหรือความรู้ต่าง ๆ
ได้โดยไม่ต้องพึ่งครู โดยถ้าคณะผู้จัดทำวิจัยสื่อความหมายแบบข้างต้นจริง
อาจทำให้หลาย ๆ คนไม่พอใจเป็นอย่างมากหรือไม่มีคนเห็นด้วย เพราะครูนั้นไม่ได้ทำหน้าที่สอนหนังสือไปวัน
ๆ อย่างเดียว แต่ต้องทำหน้าที่ขัดเกลา ดูแล และช่วยเหลือให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่เด็กให้ไปสู่อนาคตหรือเป้าหมายที่มุ่งหมายไว้
นอกจากนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ให้ข้อมูลแก่เด็กนั้น
ข้อมูลที่ได้มาอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย และสิ่งที่ครูกับเทคโนโลยีสารสนเทศมีความแตกต่างกันนั้น
คือ ประสบการณ์ เพราะ ครูหรือผู้สอนนั้นสามารถให้คำแนะนำจากประสบการณ์ที่ผู้สอนเคยเจอมาได้ทั้งดีและร้ายก็สามารถเตือนผู้เรียนได้
ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น เราจะหาประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดจริง ๆ ไม่ได้เลย ส่วนการเรียนการสอนนอกห้องเรียนนั้นควรมีบ้างอย่างพอเหมาะไม่ใช่สอนอย่างไม่ติดตำรา
ถึงเทคโนโลยีในอนาคตจำล้ำสมัยไปไกลแค่ไหนการเรียนการสอนก็ยังคงต้องพึ่งตำราเรียนอยู่ดี
ถึงแม้ไม่มากก็น้อยก็ตาม
ส่วนตารางแสดงกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนต่าง
ๆ นั้น วิธีการหรือกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในตาราง ควรยกตัวอย่างของวิธีการปฏิบัติ
ที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น
การปฏิบัติงานท่ามกลางภาวะวิกฤตทางศีลธรรมนั้น มีความหมายว่าอย่างไร
และมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร
สำหรับตารางแสดงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนกลยุทธ์ในการสอนในขั้นตอนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง
คณะผู้จัดทำควรบอกวิธีค้นคว้าหรือควรบอกว่าผู้ศึกษาควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไรหรือแบบไหนจึงจะเหมาะสมและทำความเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
และในส่วนของสรุปวิจัยจากประโยคที่ว่า “ผู้สอนจำเป็นต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับผู้เรียน” นั้น
เป็นการแนะนำแนวทางที่ดีและเป็นประโยชน์ให้กับผู้สอน เพราะครูสำหรับนักเรียนนั้น
คือ ผู้ที่มีความรู้ใน ทุก ๆ เรื่อง
ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วครูก็ต้องตามทันโลก หรือติดตามข่าวสารบ้านเมืองให้ทัน
เพื่อที่นักเรียนถามจะได้ตอบหรือสามารถบอกเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้คร่าว ๆ
และแนะนำนักเรียนที่มีความอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ และในการสอนของศตวรรษที่ 21 ที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเรียนจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยไม่ต้องถามหรือปรึกษาวิธีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับครูของเขา
ครูจึงต้องรีบเรียนรู้รีบศึกษาในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่กับการสอนนักเรียน
ซึ่งการสอนนักเรียน ในศตวรรษที่ 21โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนั้น
ก็ควรนำมาประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะสมดังตารางที่กล่าวข้างต้น
แต่ไม่ควรสอนให้เด็กใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเดียว เช่น นักเรียนจะต้องเรียนเรื่องหรือหลักสูตรใด
ครูก็ให้เด็กค้นหาเนื้อหาที่จะเรียนและอ่านตามเนื้อหาที่ค้นหานั้น แล้วเด็กนักเรียนจะมาโรงเรียนทำไมในเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศก็สอนเขาได้
เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้พอเหมาะพอควร เช่น
ทำมาเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน หรือใช้เป็นเกมส์ที่มีเนื้อหาตรงกับการเรียนมาประกอบการสอนเพื่อทำให้เด็กมีความสนุกสนานเพลิดเพลินและไม่เบื่อหน่ายในการเรียน
รวมถึงการเปิดวีดีทัศน์หรือวีดีโอของเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับการศึกษาโดยระหว่างการเปิดวีดีทัศน์ให้เด็กศึกษานั้น
ควรมีครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมประกอบไปด้วยเพื่อให้เด็กมีความรู้
ความเข้าใจมากขึ้น และรู้ถึงความรู้ที่อยู่นอกเหนือจากวีดีทัศน์การสอนนั้น ๆ
และวิจัยเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง
สามารถทำให้เรานำไปพัฒนาหรือต่อยอดในเรื่องจองการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้การเรียนการสอนหรือการจัดแบบแผนการสอนของเรามีความง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
และสามารถทำให้เราเตรียมตัวเตรียมใจได้ไวและมีความพร้อมมากขึ้น
สำหรับการศึกษาในอนาคตที่กำลังจะเข้ามาในเร็ว ๆ นี้
ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการสอนเด็กปฐมวัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น