วิเคราะห์บทความ : เทคโนโลยีการศึกษากับครูไทยในศตวรรษที่
๒๑
ปัจจุบันสังคม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกล้วนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รวมถึงเรื่องของการเรียนที่มีกระบวนการที่ไม่มั่นคงมากนัก
ซึ่งนอกจากนักเรียนที่สำคัญต่อเหตุการณ์นี้ ยังมีบุคคลที่สำคัญและควรพัฒนาตนเองให้ทันยุคสมัยก็คือ
ครู เพราะครูเป็นผู้มอบความรู้
มอบความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ให้กับเด็ก และในการสอนเด็กสำหรับครูในยุคสมัยนี้นั้น
ก็ควรเน้นกระยวนการทั้ง ๔ ด้านให้เกิดขึ้นหรือให้กระบวนการเหล่านั้นเกิดขึ้นในตัวเด็ก
ซึ่งกระบวนการเหล่านั้นมีดังนี้ ประการที่หนึ่ง
การเน้นและการสอนให้เด็กมีความรู้ในตนเอง เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ ประการต่อมา คือ เน้นให้เด็กมีความคิดในตนเอง
เพื่อให้เด็กนั้นสามารถวิเคราะห์หรือคิดแก้ไขปัญหากับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเด็ก
ประการที่สาม เน้นเรื่องของความรู้สึกเพื่อให้เด็กเข้าใจความรู้สึกของตนเอง
และมีสติรู้ตัวตลอดเวลาว่าขณะนั้น เด็กมีความรู้สึกอย่างไร และประการสุดท้าย คือ
อารมณ์
การเน้นการสอนเรื่องอารมณ์ให้กับเด็กค่อนข้างที่จะสามารถทำให้เด็กระงับอารมณ์ของตนได้และอาจจะทำให้เด็กไม่ทำอะไรวู่วามเมื่อเราเน้นกระบวนการเหล่านี้ให้กับนักเรียนได้แล้วเราก็จะสามารถเข้าใจและเข้าถึงนักเรียนได้มากขึ้น
นอกจากจะเข้าถึงเด็กแล้วครูยังต้องเข้าถึงและทำความเข้าใจในตัวของบุคคลรอบข้างของนักเรียนได้ด้วย
เพราะครูในสมัยนี้ คนส่วนมากจะมองว่าครูไม่มีคุณภาพ
เพราะปัจจุบันไม่ได้มีสถาบันที่มีไว้ผลิตครูโดยตรง
และผู้ปกครองของเด็กยังคิดว่าหลักสูตรที่ครูเรียนหรือจบมา ยังล้าสมัยอยู่
ดังนั้นสถาบันหลาย ๆ
สถาบันหรือตัวของครูเองก็ต้องปรับเปลี่ยนหลักสูรในการเรียนการสอนเพื่อเตรียมตัวรวมถึงเพื่อพัฒนาตัวของครูเอง
ซึ่งการพัฒนาครูเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
เพราะเมื่อครูมีการพัฒนาสำหรับการสอนที่พร้อมนักเรียนก็จะมีความรู้ที่ดีและพร้อมปรับใช้ในสังคมได้
และนอกจากนี้ก็ยังมีการพัฒนาการศึกษาหลายประการดังต่อไปนี้
ประการที่หนึ่ง การเตรียมพร้อม อุปกรณ์สื่อ คอมพิวเตอร์ เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้นและรู้อย่างกว้างขวาง
ประการที่สอง
การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการที่มีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสถานศึกษากับสพฐ.
และประการสุดท้าย คือ การพัฒนาสื่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิคส์
เพื่อให้นักเรียนได้รับสื่อการสอนที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นและสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
สำหรับครูไทยในอนาคตนั้น
ต้องเป็นครูที่รู้เท่าทันทุกสถานการณ์ มีการพัฒนาตนเองในการใช้เทคโนโลยี
และสามารถฝึกให้เด็กใช้เทคโนโลยีได้ เพราะในปัจจุบันนี้รวมถึงอนาคต
นักเรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากนอกห้องเรียนได้ ในรูปแบบหลากหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ จาก อินเตอร์เน็ต
และการสืบค้นความรู้ที่มีสามารถศึกษาได้จากนอกห้องเรียนนั้น
นักเรียนอาจจะได้รับความรู้ที่ผิดมาก็ได้
ครูถึงต้องรู้เท่าทันเด็กเพื่อแก้ไขข้อมูลที่ผิดที่เด็กได้รับมา และการสอนในอนาคตนั้นจะเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ศึกษาความรู้ด้วยตนเอง
มากกว่าการรับการถ่ายทอดความรู้จากครูผู้สอน
การศึกษาที่เปลี่ยนไปทำให้ครูต้องพัฒนาตนเองในเรื่องของการเรียนเรียนรู้เทคโนโลยี
การผลิตสื่อ รวมถึงพัฒนาเนื้อหาการสอนให้มากขึ้น แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้มีความสบาย
เพราะคณะผู้ทำวิจัยนั้นยังพบปัญหาและอุปสรรคของครูในการพัฒนาตัวเองและการสอนนักเรียนอีกด้วย
ซึ่งปัจจัยที่เป็นอุปสรรคของครูคือ การมีหน้าที่นอกเหนือจากการสอนนักเรียน เพราระ
สำหรับโรงเรียนที่มีครูน้อย และยังมีฝ่ายต่าง ๆ มากมาย เช่น การเตรียมงานเตรียมสถานที่จัดงานต่าง
ๆ การทำงานฝ่ายวิชาการหรือฝ่าย ๆ อื่น ๆ ควบคู่ไปกับการสอน
ทำให้ครูมีเวลาในการเตรียมตัวและการเตรียมการสอนน้อย ประการต่อมา คือ จำนวนครูไม่เพียงพอ
สามารถพบเห็นได้ในหายโรงเรียนเล็ก ทำให้ครูต้องไปสอนในชั้นเรียนที่ไม่ตรงกับคุณวุฒิของตน
ทำให้ต้องศึกษาเรื่องที่ต้องสอนเด็กในชั้นนั้น
ๆ แต่การหาข้อมูลด้วยตนเอง แน่นอนว่านักเรียนจะได้รับความรู้ที่ไม่มีความแม่นยำนัก
ประการสุดท้าย คือ การขาดทักษะด้านไอซีที
โดยครูจำนวนมากยังขาดทักษะด้านนี้และอาจส่งผลให้ช่องทางในการหาความรู้ของครูมีน้อยกว่าช่องทางการหาความรู้ของนักเรียนก็ได้
สรุปได้ว่า
ครูในยุคสมัยใหม่อาจจะไม่ใช่คนที่เรียกได้ว่าเป็นคนที่นำความรู้ให้แก่เด็กแต่เป็นผู้ที่คอยแนะนำหรือให้คำปรึกษาแก่เด็กในการใช้เทคโนโลยีต่าง
ๆ แทน แต่สำหรับดิฉันไม่เห็นด้วยกับบทความข้างต้นเพราะ
ถึงเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปมาหรือน้อยเพียงใด
คนเป็นครูก็ต้องทำหน้าที่เดิมเหมือนแต่ก่อนมาก็คือ
การมอบความรู้ความเข้าใจให้แก่นักเรียนและนักเรียนในอนาคตเรื่องบางเรื่องก็ต้องพึ่งตำราจากครูอยู่ดี



