วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562

วิเคราะห์บทความ : เทคโนโลยีการศึกษากับครูไทยในศตวรรษที่ ๒๑


ปัจจุบันสังคม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกล้วนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  รวมถึงเรื่องของการเรียนที่มีกระบวนการที่ไม่มั่นคงมากนัก ซึ่งนอกจากนักเรียนที่สำคัญต่อเหตุการณ์นี้ ยังมีบุคคลที่สำคัญและควรพัฒนาตนเองให้ทันยุคสมัยก็คือ ครู  เพราะครูเป็นผู้มอบความรู้ มอบความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ให้กับเด็ก และในการสอนเด็กสำหรับครูในยุคสมัยนี้นั้น ก็ควรเน้นกระยวนการทั้ง ๔ ด้านให้เกิดขึ้นหรือให้กระบวนการเหล่านั้นเกิดขึ้นในตัวเด็ก ซึ่งกระบวนการเหล่านั้นมีดังนี้ ประการที่หนึ่ง การเน้นและการสอนให้เด็กมีความรู้ในตนเอง เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ ประการต่อมา คือ เน้นให้เด็กมีความคิดในตนเอง เพื่อให้เด็กนั้นสามารถวิเคราะห์หรือคิดแก้ไขปัญหากับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเด็ก ประการที่สาม เน้นเรื่องของความรู้สึกเพื่อให้เด็กเข้าใจความรู้สึกของตนเอง และมีสติรู้ตัวตลอดเวลาว่าขณะนั้น เด็กมีความรู้สึกอย่างไร และประการสุดท้าย คือ อารมณ์ การเน้นการสอนเรื่องอารมณ์ให้กับเด็กค่อนข้างที่จะสามารถทำให้เด็กระงับอารมณ์ของตนได้และอาจจะทำให้เด็กไม่ทำอะไรวู่วามเมื่อเราเน้นกระบวนการเหล่านี้ให้กับนักเรียนได้แล้วเราก็จะสามารถเข้าใจและเข้าถึงนักเรียนได้มากขึ้น 

นอกจากจะเข้าถึงเด็กแล้วครูยังต้องเข้าถึงและทำความเข้าใจในตัวของบุคคลรอบข้างของนักเรียนได้ด้วย เพราะครูในสมัยนี้ คนส่วนมากจะมองว่าครูไม่มีคุณภาพ เพราะปัจจุบันไม่ได้มีสถาบันที่มีไว้ผลิตครูโดยตรง และผู้ปกครองของเด็กยังคิดว่าหลักสูตรที่ครูเรียนหรือจบมา ยังล้าสมัยอยู่ ดังนั้นสถาบันหลาย ๆ สถาบันหรือตัวของครูเองก็ต้องปรับเปลี่ยนหลักสูรในการเรียนการสอนเพื่อเตรียมตัวรวมถึงเพื่อพัฒนาตัวของครูเอง ซึ่งการพัฒนาครูเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเมื่อครูมีการพัฒนาสำหรับการสอนที่พร้อมนักเรียนก็จะมีความรู้ที่ดีและพร้อมปรับใช้ในสังคมได้

และนอกจากนี้ก็ยังมีการพัฒนาการศึกษาหลายประการดังต่อไปนี้ ประการที่หนึ่ง การเตรียมพร้อม อุปกรณ์สื่อ คอมพิวเตอร์ เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้นและรู้อย่างกว้างขวาง ประการที่สอง การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการที่มีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสถานศึกษากับสพฐ. และประการสุดท้าย คือ การพัฒนาสื่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิคส์ เพื่อให้นักเรียนได้รับสื่อการสอนที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นและสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น 

สำหรับครูไทยในอนาคตนั้น ต้องเป็นครูที่รู้เท่าทันทุกสถานการณ์ มีการพัฒนาตนเองในการใช้เทคโนโลยี และสามารถฝึกให้เด็กใช้เทคโนโลยีได้ เพราะในปัจจุบันนี้รวมถึงอนาคต นักเรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากนอกห้องเรียนได้ ในรูปแบบหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ จาก อินเตอร์เน็ต และการสืบค้นความรู้ที่มีสามารถศึกษาได้จากนอกห้องเรียนนั้น นักเรียนอาจจะได้รับความรู้ที่ผิดมาก็ได้ ครูถึงต้องรู้เท่าทันเด็กเพื่อแก้ไขข้อมูลที่ผิดที่เด็กได้รับมา  และการสอนในอนาคตนั้นจะเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ศึกษาความรู้ด้วยตนเอง มากกว่าการรับการถ่ายทอดความรู้จากครูผู้สอน

การศึกษาที่เปลี่ยนไปทำให้ครูต้องพัฒนาตนเองในเรื่องของการเรียนเรียนรู้เทคโนโลยี การผลิตสื่อ รวมถึงพัฒนาเนื้อหาการสอนให้มากขึ้น แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้มีความสบาย เพราะคณะผู้ทำวิจัยนั้นยังพบปัญหาและอุปสรรคของครูในการพัฒนาตัวเองและการสอนนักเรียนอีกด้วย ซึ่งปัจจัยที่เป็นอุปสรรคของครูคือ การมีหน้าที่นอกเหนือจากการสอนนักเรียน เพราระ สำหรับโรงเรียนที่มีครูน้อย และยังมีฝ่ายต่าง ๆ มากมาย เช่น การเตรียมงานเตรียมสถานที่จัดงานต่าง ๆ การทำงานฝ่ายวิชาการหรือฝ่าย ๆ อื่น ๆ ควบคู่ไปกับการสอน ทำให้ครูมีเวลาในการเตรียมตัวและการเตรียมการสอนน้อย  ประการต่อมา คือ จำนวนครูไม่เพียงพอ สามารถพบเห็นได้ในหายโรงเรียนเล็ก ทำให้ครูต้องไปสอนในชั้นเรียนที่ไม่ตรงกับคุณวุฒิของตน ทำให้ต้องศึกษาเรื่องที่ต้องสอนเด็กในชั้นนั้น ๆ แต่การหาข้อมูลด้วยตนเอง แน่นอนว่านักเรียนจะได้รับความรู้ที่ไม่มีความแม่นยำนัก ประการสุดท้าย คือ การขาดทักษะด้านไอซีที โดยครูจำนวนมากยังขาดทักษะด้านนี้และอาจส่งผลให้ช่องทางในการหาความรู้ของครูมีน้อยกว่าช่องทางการหาความรู้ของนักเรียนก็ได้


สรุปได้ว่า ครูในยุคสมัยใหม่อาจจะไม่ใช่คนที่เรียกได้ว่าเป็นคนที่นำความรู้ให้แก่เด็กแต่เป็นผู้ที่คอยแนะนำหรือให้คำปรึกษาแก่เด็กในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แทน แต่สำหรับดิฉันไม่เห็นด้วยกับบทความข้างต้นเพราะ ถึงเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปมาหรือน้อยเพียงใด คนเป็นครูก็ต้องทำหน้าที่เดิมเหมือนแต่ก่อนมาก็คือ การมอบความรู้ความเข้าใจให้แก่นักเรียนและนักเรียนในอนาคตเรื่องบางเรื่องก็ต้องพึ่งตำราจากครูอยู่ดี


วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562


บทวิเคราะห์ : เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครู
       
การสอนการศึกษาของครูในปัจจุบัน สิ่งที่ต้องให้ความสนใจและต้องเร่งศึกษาวิธีการสอนให้แม่นยำและดีที่สุดคือ การศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ นั้น เป็นยุคที่ไม่สามารถใช้การสอนให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้โดยใช้ปากเปล่า เพราะ ในปัจจุบันนอกจากการสอนหรือการท่องเพื่อให้เด็กจำนั้น มีองค์ประกอบที่เป็นสื่อ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศมาประกอบด้วย เพื่อให้มีการควบคู่กับนวัตกรรมในปัจจุบัน และนอกจากจะคำนึงถึงความทันสมัยแล้ว เด็กนักเรียนก็จะมีความเข้าใจในการเรียนมากยิ่งขึ้น จากสื่อ หรือ วิดีโอที่ครูนำไประกอบการสอนด้วย เพราะจะทำให้เด็กเห็นภาพของตัวอย่างของเนื้อหารการเรียนมากยิ่งขึ้น
        
       การสอนใน ศตวรรษที่ ๒๑ นั้น นอกจากจะให้เด็กเป็นฝ่ายศึกษาอย่างเดียวนั้น ครูก็ต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปด้วย โดยการศึกษาของครู ก็คือการพัฒนาการสอนของตนเอง การฝึกฝนตนเองในการใช้สื่อประกอบการสอน รวมถึงการหาคำอธิบายความรู้รอบตัวสำหรับเหตุการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยการศึกษาของครูนั้นต้องศึกษาเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ปัจจุบันไปยังอนาคต ศึกษาไปเรื่อย ๆ จนหมดลมหายใจ และในปัจจุบันความรู้ที่นักเรียนได้จากครูนั้นก็ยังไม่เต็มที่มากนักเพราะ ถึงเวลาเรียนของเด็กจะเยอะแต่จำนวนวิชาเรียนนั้นก็มีมากเกินไปเฉลี่ยแล้วได้เรียนวิชาละไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ก็ต้องงดเรียนเพราะครูมีอบรม หัวข้อในการอบรมในบางครั้งก็ไม่มีความจำเป็นในการนำมาดำเนินการสอนของครู และบางหัวข้ออบรมก็ไม่ใช่หัวข้อที่ครูหลาย ๆ คนให้ความสนใจ ถ้าจะมีการอบรมจริง ๆ นั้น ควรเป็นการอบรมในเรื่อง การพัฒนาการสอนในยุคใหม่ การพัฒนาการใช้สื่อการสอน กลยุทธ์การฝึกครูให้มีประสบการณ์ เป็นต้น

ซึ่งการฝึกฝนครูให้มีประสบการณ์ ก็มีกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้ ประการแรก การใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาและทุกช่วงอายุ เพราะถ้าข้อมูลเจาะจงไปที่อายุใดอายุหนึ่ง และถ้าคนกลุ่มอื่นนั้นต้องการที่จะศึกษาก็ไม่อาจจะเข้าใจสื่อการสอนนั้นได้ ประการต่อมา การสร้างการเรียนรู้ว่า ทำไม เราจึงต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้การทำงานยุคใหม่ เพราะถ้าเรารับรู้ว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนในปัจจุบันเราก็สามารถตระหนักและเร่งการเรียนรู้และการทำความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีได้ ประการที่สาม การจัดกิจกรรมเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน และตอบสนองความชอบของครูที่มีทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างทัศนคติทางบวกที่ครูเหล่านั้นมีต่อเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น และประการสุดท้าย หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาครูอาจกระตุ้นให้ครูมีความตระหนักมากยิ่งขึ้นและเร่งขวนขวายความรู้สำหรับการใช้เทคโนโลยี

และจากแนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับครูแล้ว ก็ยังมีอุปสรรคเกิดขึ้น หลายประการ ดังนี้ ประการที่หนึ่ง การเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจจะเข้าถึงยากสำหรับครูที่อายุมากหรือครูสูงอายุ เพราะ เป็นเทคโนโลยีที่ผู้สูงอายุเรียนรู้ด้วยตนเองได้ยาก ทำให้เกิดความท้อถอยและเหนื่อยใจที่จะศึกษาและใช้เทคโนโลยีนั้น ๆ ประการที่สอง การใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาความรู้ที่ไม่ครอบคลุม อาจจะทำให้ไม่สามารถได้รับความรู้ที่ต้องการจะค้นหาได้ หรืออาจจะได้รับความรู้ที่ผิดและเอาไปใช้สอนเด็กแบบผิด ๆ ได้


ในศตวรรษที่ ๒๑ เทคโนโลยีสารสนเทศจำเป็นอย่างมากในการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพราะนอกจากจะได้ความรู้ในทุ ๆ เรืองแล้วยังได้ความรู้และความคิกเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่หลากหลาย และยังสามารถเอาข้อมูลความรู้รวมถึงการให้เหตุผลในเรื่องต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกันได้ว่า เรื่องไหนมีเหตุผลที่มีน้ำหนักมากกว่าและส่อไปในทางความเป็นจริง เพราะเหตุนี้ ครูจึงจำเป็นต้องศึกษากรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อตัวครูเอง และประโยชน์ต่อนักเรียนทุกคน


วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2562

กุลธิดา สังข์มงคล 61181010041 BLOG 2

สุดทึ่ง ! บุคคลที่จะผอม 2019
          
         สำหรับสาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆ หลายคนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องการที่จะมีน้ำหนักและหุ่นที่สุดสลิมเหมือนคนอื่น ๆ แต่ความขี้เกียจก็เข้าครอบงำเขาจนไม่อยากออกกำลังกาย
          
           ซึ่ง 1 ในหลาย ๆ คนที่ประสบปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์นั้นก็คือ หญิงสาวในตระกูล สังข์มงคล ใช่แล้วค่ะ คุณกุลธิดา  สังข์มงคล นั่นเอง
          
             
      สำหรับ เก็ต กุลธิดา  สังข์มงคล ตอนนี้มีดีกรีเป็นถึง นักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมป์ โดยการที่สาวเก็ตได้เข้ามาเรียนที่มหาวิทยาแห่งนี้นั้นเพราะติดโครงการครูคืนถิ่น ซึ่งในอนาคตนางจะหลุดโครงการครูคืนถิ่นไหม เราก็ต้องติดตามต่อไปแต่ตอนนี้วงในกระซิบมาว่า เริ่มร่อแร่แล้วค่ะ
     สำหรับเรื่องของครอบครัวนั้น เก็ต มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 4 คน โดยเธอนั้นเป็น้องคนสุดท้องและมีพี่ชาย 1 คนที่มีอายุห่างจากเธอ 2 ปีแต่ทั้งคู่นั้นปฏิบัติต่อกันเหมือนเพื่อนที่สนิทกันถึงขั้นแทนตัวเองเวลาพูดกับอีกฝ่ายว่า ข้า
          
       สำหรับบุคลิกและอุปนิสัยของนางนั้น เมื่อคนที่ไม่รู้จักมองก็จะเห็นได้ว่าเป็นคนเงียบ ๆ นิ่ง ๆ นิ่งจนบางทีก็น่ากลัวเกินไป แต่เมื่อรู้จักและสนิทด้วยแล้วสาวเก็ตก็ไม่ต่างจากคนบ้าคนนึงเลย สำหรับนิสัยที่มีอยู่ในการดำเนินชีวิตประจำวันจะเป็นคนที่ ร่าเริง เข้ากับคนง่าย ตั้งใจเรียนแต่ตอนเรียนจะหาวบ่อย โดยเฉพาะช่วงบ่าย เป็นคนที่ชอบทำงานคนเดียว รวมถึงงานกลุ่ม ถ้าไม่เยอะจริง ๆ ก็จะอาสาขอเพื่อนทำคนเดียวในกลุ่มเพราะกลัวว่าถ้าให้เพื่อนทำนั้นเพื่อนจะทำงานออกมาไม่ถูกใจตน(สงสัยเป็นโรคเพราะบางที่เพื่อนทำก็น่าจะดีกว่า) เป็นคนที่ถ้าอยู่ในที่สาธารณะจะไม่ชอบการอยู่คนเดียว เพราะ เหงา แต่อยู่บ้านในบางทีก็ชอบอยู่คนเดียวโดยเฉพาะเวลาอ่านหนังสือมันจะเงียบมาก ๆ
          
        นอกจากเรื่องงานที่เธอจะเรื่องมากแล้วก็ยังมีเรื่องส่วนตัวที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเธอนั้นที่เรื่องมากยิ่งกว่า
-                    
                      -   ไม่ชอบกินทุเรียนและห้ามคนกินทุเรียนเข้าใกล้เพราะมันเหม็น
-                   -  ไม่ชอบฟังเพลงที่ในภาษาวัยรุ่นเรียกว่าเพลงตื๊ดเพราะรำคาญ
-                   -  ไม่ชอบตัวเองเวลาอยากกินของที่มันน่าจับตาแล้วมันก็ไม่รอดไปจากน้ำมือของเรา

   ถึงจะเรื่องมาขนาดนี้และกินเกือบทุกอย่าง เธอก็เคยนำหนักมากทีสุดในชีวิต คือ 73 กิโลกรัม แต่เธอก็มีความพยายามที่จะลดมันลงมาได้ให้เหลือ 60 กิโลกรัม ภายในเวลา 1 เดือน โดยเหตุผลที่แม่เธอบอกไว้ให้เป็นการข่มขู่ในการลดน้ำหนักของเธอ ซึ่งนั่นก็คือ เดี๋ยว ม.ปลาย ไม่มีเอวใส่กระโปรงนะ ประโยคนี้ทำให้เธอลดนำหนักได้อย่างสำเร็จ



    แต่เมื่อเธอได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยแล้วได้อยู่หอนั้น ทำให้น้ำหนักเธอเพิ่มขึ้นถึง 4 กิโลกรัม แล้วในปีนี้เธอตั้งปณิธานไว้แล้วว่าเธอจะกลับมาเป็นคนผอม 2019


  แล้วสิ่งที่เธอตั้งเป้าหมายไว้จะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ...

เนื้อหาของเพลงนี้คือเพลงที่ไม่ชอบที่สุดในชีวิต


วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

กุลธิดา สังข์มงคล 61181010041 BLOG1


         การวิเคราะห์วิจัย เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง
        
            เนื่องจากโลกของเราที่มีวันและเวลาเปลี่ยนแปลงตลอด และการเปลี่ยนแปลงของเวลาที่ผ่านมาจากอดีตสู่ปัจจุบันและกำลังที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคต มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างหลากหลาย โดยมีทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีทั้งสิ่งที่มนุษย์คิดค้นและสร้างขึ้น ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นั้นคือ เทคโนโลยีสารสนเทศ  ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่นับได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีในการดำรงชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะสิ่ง ๆ นี้ มีประโยชน์หลากหลาย และตอนนี้การศึกษานั้นก็มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องจนเกือบจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือการศึกษาไปแล้ว ส่วนในอนาคตก็มีหลายๆ คน ที่คิดว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์หลักที่ใช้ในการศึกษาด้วย


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การสอนเด็กโดยใช้เทคโนโลยี


จากวิจัยเรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นวิจัยที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องการสอนเด็กในศตวรรษที่ 21 โดยการใช้สารสนเทศประกอบกับการสอน หรืออาจจะให้เด็กค้นคว้าหาความรู้เรื่องที่ครูจะสอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและจากประโยคหนึ่งในวิจัยที่บอกว่าการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ครูไม่จำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนแต่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือผู้สอนไม่ต้องสอนอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า การศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้น ไม่จำเป็นต้องมีครูหรือผู้สอนก็ได้ เด็กสามารถเรียนที่บ้านโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวสอนหนังสือหรือความรู้ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งครู โดยถ้าคณะผู้จัดทำวิจัยสื่อความหมายแบบข้างต้นจริง อาจทำให้หลาย ๆ คนไม่พอใจเป็นอย่างมากหรือไม่มีคนเห็นด้วย เพราะครูนั้นไม่ได้ทำหน้าที่สอนหนังสือไปวัน ๆ อย่างเดียว แต่ต้องทำหน้าที่ขัดเกลา ดูแล และช่วยเหลือให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่เด็กให้ไปสู่อนาคตหรือเป้าหมายที่มุ่งหมายไว้ นอกจากนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ให้ข้อมูลแก่เด็กนั้น ข้อมูลที่ได้มาอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย และสิ่งที่ครูกับเทคโนโลยีสารสนเทศมีความแตกต่างกันนั้น คือ ประสบการณ์ เพราะ ครูหรือผู้สอนนั้นสามารถให้คำแนะนำจากประสบการณ์ที่ผู้สอนเคยเจอมาได้ทั้งดีและร้ายก็สามารถเตือนผู้เรียนได้ ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น เราจะหาประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดจริง ๆ ไม่ได้เลย ส่วนการเรียนการสอนนอกห้องเรียนนั้นควรมีบ้างอย่างพอเหมาะไม่ใช่สอนอย่างไม่ติดตำรา ถึงเทคโนโลยีในอนาคตจำล้ำสมัยไปไกลแค่ไหนการเรียนการสอนก็ยังคงต้องพึ่งตำราเรียนอยู่ดี ถึงแม้ไม่มากก็น้อยก็ตาม

 ส่วนตารางแสดงกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น วิธีการหรือกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในตาราง ควรยกตัวอย่างของวิธีการปฏิบัติ ที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น การปฏิบัติงานท่ามกลางภาวะวิกฤตทางศีลธรรมนั้น มีความหมายว่าอย่างไร และมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร

 สำหรับตารางแสดงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนกลยุทธ์ในการสอนในขั้นตอนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง คณะผู้จัดทำควรบอกวิธีค้นคว้าหรือควรบอกว่าผู้ศึกษาควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไรหรือแบบไหนจึงจะเหมาะสมและทำความเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 และในส่วนของสรุปวิจัยจากประโยคที่ว่า ผู้สอนจำเป็นต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับผู้เรียน นั้น เป็นการแนะนำแนวทางที่ดีและเป็นประโยชน์ให้กับผู้สอน เพราะครูสำหรับนักเรียนนั้น คือ ผู้ที่มีความรู้ใน    ทุก ๆ เรื่อง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วครูก็ต้องตามทันโลก หรือติดตามข่าวสารบ้านเมืองให้ทัน เพื่อที่นักเรียนถามจะได้ตอบหรือสามารถบอกเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้คร่าว ๆ และแนะนำนักเรียนที่มีความอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ และในการสอนของศตวรรษที่ 21 ที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเรียนจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยไม่ต้องถามหรือปรึกษาวิธีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับครูของเขา ครูจึงต้องรีบเรียนรู้รีบศึกษาในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่กับการสอนนักเรียน

 ซึ่งการสอนนักเรียน ในศตวรรษที่ 21โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ก็ควรนำมาประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะสมดังตารางที่กล่าวข้างต้น แต่ไม่ควรสอนให้เด็กใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเดียว เช่น นักเรียนจะต้องเรียนเรื่องหรือหลักสูตรใด ครูก็ให้เด็กค้นหาเนื้อหาที่จะเรียนและอ่านตามเนื้อหาที่ค้นหานั้น แล้วเด็กนักเรียนจะมาโรงเรียนทำไมในเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศก็สอนเขาได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้พอเหมาะพอควร เช่น ทำมาเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน หรือใช้เป็นเกมส์ที่มีเนื้อหาตรงกับการเรียนมาประกอบการสอนเพื่อทำให้เด็กมีความสนุกสนานเพลิดเพลินและไม่เบื่อหน่ายในการเรียน รวมถึงการเปิดวีดีทัศน์หรือวีดีโอของเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับการศึกษาโดยระหว่างการเปิดวีดีทัศน์ให้เด็กศึกษานั้น ควรมีครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมประกอบไปด้วยเพื่อให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น และรู้ถึงความรู้ที่อยู่นอกเหนือจากวีดีทัศน์การสอนนั้น ๆ

 และวิจัยเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง สามารถทำให้เรานำไปพัฒนาหรือต่อยอดในเรื่องจองการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้การเรียนการสอนหรือการจัดแบบแผนการสอนของเรามีความง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น และสามารถทำให้เราเตรียมตัวเตรียมใจได้ไวและมีความพร้อมมากขึ้น สำหรับการศึกษาในอนาคตที่กำลังจะเข้ามาในเร็ว ๆ นี้

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการสอนเด็กปฐมวัย